บทความที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวยอดฮิต รัสเซีย ประวัติ เป็นมาอย่างไร?

ที่เที่ยวยอดฮิต ประวัติศาสตร์ประเทศรัสเซียนั้น เรี่มต้นเมื่อ ชาวสลาฟตะวันออกก่อตั้งจักรวรรดิเคียฟรุส และรับเอาศาสนาคริสจากจักรวรรดิไบเซนไทน์ ในปี    ค.ศ. 899 ต่อมา อาณาจักรมองโกลได้เข้ามารุกราน ทำให้อาณาจักรคีวานรุสล้มสลาย มองโกลได้ยึดประเทศรัสเซีย ไว้เหมือนเป็นประเทศราช แต่ยังดีที่ให้เหล่าเจ้าชายต่างๆ ได้ปกครองตนเองเหมือนเช่นเดิม และยังอนุญาติให้ประชาชนที่นับถือศาสนาคริส นิกายรัสเซียนออร์ทอดอกซ์ ไม่ได้มีการกีดกันทางศาสนา

Previous
Next

ทำให้ชาวรัสเซียยังสามารถรักษาวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้ได้  ชาวนาและขุนนางต่างพากันไม่พอใจ เพราะความเป็นอยู่มีความลำบากแร้งแค้น ชาวบ้านถูกทำงานอย่างหนัก เพื่อเลี้ยงกองทัพมองโกล อิสระภาพที่ต้องแลกมากับการส่งส่วย

และเครื่องราชบรรณาการให้ทุกปี หากมีการคิดแข็งข้อกับมองโกล ก็จะเรียกเก็บส่วยมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 14 อิทธิพลของมองโกล ได้หมดลงไปในยุคสมัยของ พระเจ้าอีวานที่ 3 เหลือเพียงแต่ด้านวัฒนธรรมบางอย่างเท่านั้น

ที่กษัตริย์ของรัสเซียต่างๆ พยายามที่ให้ชาวรัสเซียได้มีวัฒนธรรมและอารยธรรมเทียบเท่ากับ ประเทศในยุโปรในเวลาต่อมา หลังจากนั้นรัสเซียได้มีการพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งรัสเซียได้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจ รัสเซียผ่านช่วงเวลารัชสมัย

การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และได้เปลี่ยนไปเป็นระบบสังคมนิยมเป็น สหภาพโซเวียต จนกระทั่งสหภาพโซเวียต ล้มสลายลงหลังจบสงครามเย็น จากนั้นได้เปลี่ยนการปกครองเป็น สหพันธรัฐรัสเซีย โดยการรวมตัวทั้ง 11 รัฐตั้งตัวกันเป็นเครือรัฐเอกราช จวบจนถึงปัจจุบันประมุขของประเทศ นั้นคือประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ดำรงตำหน่งในปัจจุบัน

ที่เที่ยวยอดฮิต

ที่เที่ยวยอดฮิต รัสเซีย พัฒนา จนมาเป็นมหาอำนาจได้อย่างไร?

หลังจากที่อาณาจักรมองโกล ได้หมดอิทธิพลไปในอาณาจักรรัสเซีย ทำให้การเมืองในรัสเซียนั้นร้อนระอุ ต่อการเลือกผู้นำที่ขึ้นมาปกครอง เกิดเป็นสงครามกลางเมืองแย่งชิง อำนาจกันไปมา จนกระทั่งยุคต่อมามีการแย่งชิงอำนาจกัน

ระหว่างรางวงค์โรมานอฟ และราชวงค์รูริค ในที่สุดสมัชชาแห่งชาติ พระราชาคณะแห่งคริสต์จักร ออร์ทอดอกซ์ มีมติเลือกมิคาอิล โรมานอฟ ขึ้นเป็นซาร์พระองค์แรกในราชวงค์โรมานอฟ ทำให้ซาร์ มิคาอิลที่ 1 แห่งรัสเซีย ได้ขึ้นครองราชสมบัติ

หลังจากที่ความวุ่นวายทั่วทั้งอาณาจักรสิ้นสุดลง เหตุผลที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชเพราะ พระองค์ทรงมีเชื้อสาย ของพระนางอะนัสตาเซีย และมเหสีสุดที่รักของซาร์อีวานที่ 4 ซึ่งทำให้ชาวรัสเซียไม่เคยลืมคุณงามความดี ของพระนางทำให้

ประชาชนต่างเลือก เชื้อสายของพระนางอะนัสตาเซียขึ้นเป็นกษัตริย์ นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความจักรวรรดิรัสเซีย อันยิ่งใหญ่ที่มีดินแดนแผ่ขยาย ไปจนถึงเอชียตอนกลาง ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดใหญ่ และมีทรัพยากรมากมาย

ทำให้รัสเซียได้ก้าวสู่เป็นประเทศอุตาสหกรรม ในช่วงยุคเปลี่ยนผ่าน การค้าขายตามเมืองท่าต่างๆ นั้นย่อมทำให้รัสเซียมีความแข็งแกร่ง จนเป็นที่น่าเกรงขามในทวีปยุโรปแห่งนี้ อีกทั้งยังมีเมืองทางตะวันออก ที่ติดใกล้กับพรมแดนจีนอีกด้วยในอดีต

ทำให้การค้านั้นมีความเจริญเป็นอย่างมาก  รวมถึงวัฒนธรรมอีกด้วย ที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ เพราะประเทศรัสเซียนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยความยาวถึง 17,098,242 ตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ด้วยกันขนาน 2 ทวีป นั้นคือ ทวีปยุโรป และทวีปเอเชีย ทำให้สถาปัตยกรรมภายในเมืองต่างๆ นั้นบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ หรือ วัฒนธรรม ที่ถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน 

ที่เที่ยวยอดฮิต รัสเซีย มี สถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจที่ไหนบ้าง? 

ประเทศรัสเซียนั้น เป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรม ที่มีความเฉพาะตัวเองอย่างมาก สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ของที่นี้โกธิคผสมผสาน ทำให้สถานที่ต่างๆมีความน่าสนใจ เพื่อเป็นการประกาศความยิ่งใหญ่ ของความเป็นมหาอำนาจ ปราสาทราชวังต่างๆ

นั้นยิ่งใหญ่ไม่แพ้ยุโรปตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยว ที่ทางเราแนะนำว่าครั้งหนึ่ง หากได้เคยไปเที่ยวแล้ว อาจจะทำให้ได้ประสบการณ์ ดีๆกลับไปอย่างแน่นอน สถานที่แรกคือ พระราชวัง เครมลิน (Kremlin) สถานที่แห่งนี้เป็นป้อมปราการสีแดง

ที่ใหญ่โตพร้อมสำหรับต่อต้านการถูกรุกราน ด้วยลักษณะของพระราชวัง มีความยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม เบื้องหลังกำแพงสีแดงนี้ไป เป็นที่เก็บบันทึกสิ่งของ ทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะปืนใหญ่และระฆังของพระเจ้าซาร์ สิ่งของทั้ง 2 ชิ้น

มีใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย สถานที่ต่อไปคือ พระราชวังฤดูหนาว (Hermitage Museum) ด้วยเอกลักษณ์ของพระราชวังที่ กำแพงเป็นสีเขียวสลับกับขาว มีความสวยงามอย่างมาก ภายในมีการออกแบบอย่างวิจิตรตระการตา

ประดับไปด้วยทองคำบริสุทธิ์สีทองอร่ามไปทั่วพระราชวัง ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าเยี่ยมชม สถานที่ต่อไปคือ มหาวิหารเซนต์เบซิล (St.Basil’s Cathedral) เป็นอีกหนึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์ ประจำชาติของรัฐเซีย ที่ใครๆหลายๆคน

ถ้าไม่ได้มาที่นี้เหมือนมา ไม่ถึงประเทศรัสเซียเลยก็ว่าได้ เพราะเป็น  สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน ระหว่างรัสเซียแบบโบราณเข้ากับยุโรปตะวันตก มี 9 โดมที่เป็นรูปทรงเหมือนหัวหอม สีสันสดใสแตกต่างจาก  มหาวิหารอื่นๆ ที่ต่อมาที่สุดท้ายคือ

พระราชวังเปเตียร์กอฟ (Peterhof Palace) หรือพระราชวังฤดูร้อน ถูกสร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นพระราชวังที่สร้างยาวนานที่สุด แต่ด้วยความงามนั้นย่อมคุ้มค่า กับการรอคอย ภายในตกแต่งด้วยสิ่งของมากมาย ที่สวยงามเกินคำบรรยาย

อีกทั่งด้านหน้ายังเป็น สวนน้ำพุกลางแจ้ง ท่ามกลางสวนดอกไม้ เป็นไฮไลท์ของที่นี้เลยก็ว่าได้ สถานที่ท่องเที่ยวที่กล่าวมา ยังไม่ใช่ทั้งหมดของประเทศรัสเซีย ยังมีสถานที่อีกมากมายที่มีความงดงาม และน่าสนใจอีกเช่นกัน 

วัฒนธรรมของรัสเซียเป็นอย่างไรบ้าง?

ด้วยความที่ประเทศรัสเซียมีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความหลากหลายทางเชื้อชาติ การผสมผสานวัฒนธรรม ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ ยังคงสืบเนืองตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน อาหารเองก็เป็นส่วนหนึ่ง ของมรดกทางวัฒนธรรม

อาหารของรัสเซียนั้นไม่ได้มีรสชาติที่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่รสชาติเลี่ยน อาจไม่ถูกปากคนเอเชียเท่าไร แต่รัสเซียเองมีอาหาร บ้างชนิดที่มีรสเผ็ดอยู่เหมือนกัน เพราะได้รับอิทธิพล จากฝั่งทางเอเชียเส้นทางการค้าสายใหม่

ที่มีการแลกเปลี่ยนเครื่องเทศ ซึ่งเป็นสินค้าจากฝั่งเอเชีย ทางด้านศิลปะรัสเซียเองมีศิลปินที่มีความสามารถ ในหลายๆแขนงเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรม ดนตรี ภาพเขียน และปรัชญาแนวคิด ที่ทรงอิทธิพลไปทั่วทั้งโลกอีก

ด้วยเช่น นายมีฮาอิล บาคูนิน เป็นนักคิดและนักปฎิวัติชาวรัสเซีย คณะบัลเล่ต์ของรัสเซียเอง ถือว่ามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก มีการจัดคณะทัวรอบโลกอยู่บ่อยครั้ง เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม ให้กับประเทศอื่นได้รับรู้ ทางด้านความเชื่อและเครื่องรางนำโชคนั้น

ที่เที่ยวยอดฮิต

ที่รัสเซียเองเขาก็มีเหมือน กับบ้านเรา หากใครเคยเห็นสิ่งนี้น่าจะคุ้นเคย ในภาพยนตร์หรือสื่อต่างๆ นั้นคือตุ๊กตาลูกดก (Matryoshka) คนรัสเซียเรียกสิ่งนี้ว่า มาโตรชกา เป็นตุ๊กตารัสเซีย ที่ซ้อนกันหลายตัว จากขนาดใหญ่ลงไปจนเล็กสุด

การใส่ตุ๊กตาตัวเล็กซ้อนลงไป หลายๆตัวนั้นก็ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และความมีชีวิตชีวา จึงนับว่าเป็นเครื่องหมายมงคล ที่กลายเป็นสิ่งของมอบให้ในงานมงคลต่างๆ ถูกกลายเป็นของประดับเอาไว้ในบ้าน

เพื่อความยั่งยืนของชีวิต วัฒนธรรมต่างๆที่ได้กล่าวมา เปรียบเสมือนเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของประเทศรัสเซียที่ไม่มีใครเหมือนได้ และเกิดจากการหลอมรวม ของเชื้อชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้

สรุปการได้มาเที่ยวในครั้งนี้เป็นอย่างไร?

การที่ได้เดินทางมาสัมผัสอากาศหนาว ในช่วงฤดูหนาวของรัสเซียนั้นค่อนข้างโหดร้าย บ้างครั้งอุณหภูมิติดลบถึง 50 องศา แต่ถ้าเดินทางมาในช่วงฤดูร้อน อากาศของที่นี้ค่อนข้างดี แดดไม่ร้อนจนมากเกินไป ถือว่าอากาศเย็นๆแต่แดดร้อน

สถาปัตยกรรมของที่นี้ดูมีความน่าสนใจ เป็นอย่างมาก มหาวิหารต่างๆและพระราชวัง ต่างมีความอลังการยิ่งใหญ่ สมกับเป็นประเทศคงความยิ่งใหญ่ มาอย่างยาวนานจริงๆ ผู้คนที่นี้พูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างน้อย จะมีก็แต่วัยรุ่นที่ยังพอสื่อสารกันได้

ยังไงซะภาษาก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค กับการเดินทางท่องเที่ยว ที่นี้มีย่านช้อปปิ้งที่เป็นไฮไลท์ของกรุงมอสโคสเลย คือตลาด lzmaillosky kremlin แหล่งช็อปปิ้งที่มีสถาปัตยกรรม เหมือนพาเราเข้าไปอยู่ในช่วงยุคกลาง สินค้าที่นี้มีราคาถูก

บ้างชิ้นเริ่มต้นด้วย 50 บาทก็มี ความผันแปรขึ้นอยู่กับค่าเงินที่ลดลง สินค้าแบรนด์เนมหลายๆชิ้น ต่างมีราคาที่ถูก หรือของกินที่เทียบกับราคา และคุณภาพที่ได้นั้น ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก สินค้าที่นี้มีตั้งแต่ถูก จนไปถึงราคาที่สูงก็มี

ที่นี้จึงกลายเป็นแหล่งของฝาก นักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินทางกลับ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในการ มาท่องเที่ยวรัสเซีย มนต์เสน่ห์ของเมือง ที่ชวนหลงใหลจากทั่วทั้งโลก จึงทำให้ มองว่าการมาเที่ยวประเทศรัสเซีย ทำให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ตลอดกาล

ของความเป็นมหาอำนาจ สิ่งก่อสร้างต่างๆรวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ในภูมิภาคอันห่างไกลของรัสเซีย ก็ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังมีการจัดแสดงให้ชมกันอยู่ หากคุณเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชมสถาปัตยกรรมแล้วละก็ นับว่าห้ามพลาด